บทความ

บันทึกการลงทุน 27/06/2556 เรื่องตลกกับนายตลาด และ มอร์ฟืนในตลาดหุ้น

รูปภาพ
ช่วงนี้ หลังจากตลาดปรับตัวลงมา 20% หรือประมาณ 1600 มาแถวๆ 1300 ปลายๆ ด้วยข่าวที่ว่า ธนาคารกลางอเมริกา หรือ FED มีแนวโน้มว่าจะยกเลิก มาตรการ QE ในกลางปีหน้า ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ทำการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว นักลงทุนต่างชาติก็ทำการขายอย่างต่อเนื่อง ในเดือนเดียว รวมทั้งหมด 60,000ล้านบาท สรุป แค่เดือนมิถุนายน เดือนเดียว ขายสุทธิรวมมากกว่าทั้งปีอีก แต่วันนี้สิ่งที่ผมประหลาดใจมากกว่าคือ GDP มวลรวมของ สหรัฐอเมริกา นั้นออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ แต่สิ่งทีเกิดขึ้นคือ หุ้นกลับขึ้นทั้วโลก ซึ่งคนส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า ทุกคนคลายกังวลว่า QE น่าจะยังต้องมีต่อไป ปัญหาคือ ตอนนี้คนอยากให้เศรษฐกิจไม่ดี เพื่อให้ QE ยังคงอยู่ต่อไป QE คือนโยบายทางการเงินที่ใช้อย่างแพร่หลายในประเทศ แต่ สำหรับผมเป็นนโยบายที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ดีกว่าใช้ลดดอกเบี้ยอีก แต่ปัญหาคือเงินที่เยอะขึ้นนั้น ใช้กลับมาที่สินทรัพย์ทางการเงิน หาใช้ไปลงทุนทางตรง ทำให้เงินทะลักมาทั่วโลก ทำให้ตลาดหุ้นไทยได้รับเงินส่วนนั้นไปด้วย เมื่อถ้าเลิกอัดฉีดเงินต้องไหลกลับประเทศ ทำให้เงินที่มาซื้อ หุ้น ทอง พันธบัตร ต้องเอา...

ตลาดเคยตกลงหนักสุดแค่ไหน

ปี 1994 เป็นที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์สูงสุดในประวัติศาสตร์ คือ 1789.18 ซึ่งเมื่อผ่านไปอีก 4 ปี  ปี 1998 ดัชนี ได้ต่ำสุดที  204.59 ตลาดหลักทรัพย์นั้นเคยร่วงหนักสุดในประวัติศาตร์บ้านเรา คือ 1789.18-204.59 =  1584.59 ถ้าคิดง่ายๆ ร่วงเยอะกว่า ดัชนี ณ  วันนี้อีก ซึ่งถ้าดูตัวเลขแล้ว คือ ตกลงไป  88.56515% สำหรับผม ช่วงนั้นเรียกว่า เศรษฐกิจล่มสลายเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบัน นั้น ตลาดเริ่มปรับตัวลง ซึ่งผมก็มองว่า 1789 นั้นเป็นสิ่งที่ไปถึง ไม่ใช่ช่วงนี้แน่นอน แต่ปัญหาคือ คนเริ่มกลัว ความกลัวเร่ิมปกครุมตลาด ทุกคนจะสงสัยว่า มันจะลงไปแค่ไหน 10% 20% แต่ผมแค่ยก สถิติให้ดูว่า 4 ปี มันเคยลงได้ เกือบ 90% แต่ก็แค่สถิต เล็กน้อย นะครับ ของจริงต้องดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วยนะครับ โชคดีในการลงทุนนะครับ

บันทึกการลงทุน 16/05/2556 ตรวจสุขภาพบริษํทและแนวโน้มที่เห็นชัดเจน

ในวันที่ผมเขียนบันทึกการลงทุน ยังเป็นช่วงหุ้นยังอยู่ เกิน1600 อยู่ และเป็นวันที่งบการเงินควรต้องมาครบทุกบริษัทแล้วนะครับ สิ่งที่น่าสนใจคือ ปีนี้ ค่าเงินบาท เป็นต้นทุนที่สร้างความหนักใจให้กับผู้ประกอบการมาก โดยเฉพาะผู้ส่งออก บริษัทไหนเน้นส่งออก แล้วยังสามารถทำกำไรให้เติบโตได้ ผมต้องบอกว่า บริษัทนั้นเก่งมากครับ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เรื่อง ภาษีที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิ นั้นต้องเพิ่มขึ้นในกรณีที่บริษัทที่ขายค้าได้เท่าเดิม แต่สิ่งที่ผมสังเกตุได้ Q1/2556 เป็นปีที่ กำไร ขาดทุน มีเฉลี่ยๆ พอๆกัน แถมยังตัวเลขค่อนข้างเหวี่ยงมากด้วยครับ ผมเห็นพวก กำไรลดลง 50% นั้นเยอะมาก ซึ่งอาจเป็นสัญญาธุรกิจหลายประเภทนั้น ไม่ได้ ขยายตัวเหมือนปี 55 แล้ว สิ่งที่ต้องสนใจคือ เหมือนกำไรลดลง ราคาหุ้นเป็นอย่างไร บางตัวกำไรลดก็ไม่ลง มาก แต่บางตัวกำไรลดลงอย่างไมไ่ด้คาดการณ์ไว้ ราคาก็ร่วงมากเหมือนกัน ส่วนใหญ่หุ้นที่ตกเยอะๆ จะเป็นก่อนหน้า ซึ่งจากช่วงนี้ไป การลงทุนจะยากขึ้นในการเดาการเจริญเติบโต ซึ่งผมมองว่าบริษั่ไทยเริ่มเข้าช่วงเติบโตช้า ตามวัฎจักรเศรษฐกิจ ที่โตมาก่อนหน้า 2-3ปี ที่ผ่านมา เราต้อง...

ค่าเงินบาท กับ ดอกเบี้ย (Thai Bath Currency rate & Interest rate)

ช่วงนี้ประเทศไทยเราได้มีภาวะค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาก ซึ่งค่าเงินถือเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง ในการค้าขายกับต่างชาติ โดยปกติค่าเงินมักจะมีความสัมพันธ์กับทุนสำรองของประเทศ ประเทศใดมีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ค่าเงินยอมได้รับความเชื่อถือด้วย ส่งผลให้ค่าเงินนั้นมีคนต้องการ และทำให้ค่าเงินนั้นแข็งไปด้วย นอกจากซื้อสินค้า ก็ยังเป็นเรื่องอุตสหกรรม ท่องเทียว เมื่อเราไปเที่ยวที่ต่างประเทศ เราต้องใช้สกุลเงินของประเทศนั้นๆ แต่เนื่องจากเงินก็เป็นสินค้าชนิดหนึ่ง ยิ่งเดียวนี้ มีพวก Forex การเก็งกำไรของค่าเงินก็แสดงให้เห็นชัดเจนขึ้น ปัญหาของค่าเงินที่แข็ง คือ การขายของไปต่างประเทศเราจะแพงขึ้น โดยที่เราไม่ต้องทำไรเลย เช่นเดียวกับการท่องเที่ยว สินค้าทุกอย่างในบ้านเราจะแพงขึ้นอย่างไม่ต้องทำอะไรเลยเช่นกัน ส่วนข้อดีคือ เราสามารถซื้อของจากต่างประเทศได้ถูกลง และไปเที่ยวต่างประเทศได้อย่างถูกลง เช่นเดียวกัน คราวนี้เรื่องดอกเบี้ย โดยปกติดอกเบี้ยที่พูดถึงคือดอกเบี้ยของธนาคารกลางแห่งประเทศไทย ในการปรับขึ้นหรือลงนั้น จะส่งผลต่อธนาคารพาณิชย์ ให้มีต้นทุนที่ต่างกันไป ทำให้ต้องปรับตามไปในทิศทางนั้นด้วย ซึ่...

การลงทุนกับเทคโนโลยีที่ผ่านมา

จุดสูงสุดของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคือ  1789.16 เมื่อปี 2537 หรือ ปี 1994 นั้นเอง ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมาถึง 19 ปี ณ ปัจจุบัน ก็มาอยู่แถวๆ 1600 ได้แล้ว ซึ่งส่วนตัวผมว่า ดัชนีตลาดน่าจะสามารถผ่านจุดสูงสุดเก่าได้แน่นอน ส่วนตัวผมอยู่เข้าๆออกๆ ในตลาดมาร่วม 13 ปี ไม่ทันรอบ 1789.16 รอบที่แล้ว แต่หวังว่าจะทันเห็นรอบนี้ ก็ทำให้คิดถึงสมัยนั้น ในสมัยนั้นการลงทุนผมว่าค่อนข้างลำบากมาก ด้วยตัวเทคโนโลยีที่ขอแค่โทรศัพท์ยังต้องรอเป็นปีๆ ทีวีที่การจะดูพวก Bloombreg หรือ CNN ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องมีจานดาวเทียม พวกนี้ทำให้ผมนึกถึงการเปรียบเทียบยุคสมัยก่อนกับปัจจุบันแล้ว มันมีอะไรที่พัฒนาในทางที่ดีบ้าง การซื้อขาย ต้องโทรศัทพ์ไปสั่งคำสั่งซื้อขาย และการเปิดพอร์ตการลงทุนนั้นต้องมีเงินเป็นแสนถึงจะเริ่มต้นกันได้ ในยุคปัจจุบันการลงทุนง่ายมาก แค่คุณมีโทรศัพท์มือถือที่สามารถใช้โปรแกรมซื้อขายหุ้นกับสัญญาณโทรศัพท์ คุณก็สามารถสั่งซื้อหุ้นได้อย่างง่ายดาย หนังสือพูดถึงกระแสในการลงทุนปัจจุบันผมเห็นหนังสือประเภท VI จำนวนมากในตลาด มีทั้งของไทย ของต่างประทเศ ทั้งแนวทางการลงทุน หรือ แนวค...

รู้จักธุรกิจโรงผลิตไฟฟ้า2 Electric Power Production 2: ประเภทของโรงไฟฟ้า

จากบทความที่แล้ว รู้จักธุรกิจโรงผลิตไฟฟ้า Electric Power Production โดยปัจจุบ้นการแบ่งผู้ผลิตไฟฟ้า มี 3 แบบ คือ ธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) (Independent Power Producer-IPP) ธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (เอสพีพี) (Small Power Plant - SPP) ธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กมาก (วีเอสพีพี) (Very Small Power Plant - SPP) โดยความหมายตาม การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ที่ให้ไว้มีดังนี้นะครับ ธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) (Independent Power Producer-IPP) - ผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระจะเป็นผู้ผลิตเอกชนที่ใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ ในการผลิตไฟฟ้า เช่น ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน โดยมีกำลังการผลิตค่อนข้างสูงเพื่อให้มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์  http://www.egat.co.th/index.php?option=com_glossary&Itemid=896&id=96&letter=%E0%B8%9C ธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (เอสพีพี) (Small Power Plant - SPP) - ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก ที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าที่ขายเข้าระบบ 10-90 เมกะวัตต์ http://www.egat.co.th/index.php?option=com_glossary&Itemid=896&id=163&lette...

รู้จักธุรกิจโรงผลิตไฟฟ้า Electric Power Production

รูปภาพ
ธุรกิจโรงผลิตไฟฟ้าเป็นอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานซึ่งมีบริษัทผลิตไฟฟ้าจำนวนหนึ่งอยู่ในบริษัทมหาชน หรือ มีหุ้นให้เราซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ให้เราได้ลงทุน พอพูดถึงพลังงานเป็นธุรกิจผลิตไฟฟ้าเป็นธุรกิจที่ต้องลงทุนสูง ในอดีตถือเป็นธุรกิจของภาครัฐ คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย   http://www.egat.co.th/  จัดการโดยรัฐวิสาหกิจ แต่พอประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สากลมากขึ้น รวมถึงการเข้าสู่เศรษฐกิจทุนนิยม ธุรกิจที่ต้องลงทุนหนักๆ และผูกขาดโดยภาครัฐ ก็ต้องเปิดให้เอกชนมาเข้ามาผลิตด้วย ด้วยเหตุผลดังนี้ 1. เพิ่มการแข่งขันในกิจการพลังงาน ทําให้กิจการพลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และผู้บริโภค มีพลังงาน ใช้อย่างเพียงพอในราคาที่เหมาะสม  2. ลดภาระการลงทุนของรัฐและลดภาระหนี้สินของรัฐ/ประเทศ  3. ส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ในกรณีของโครงการผู้ผลิตไฟฟ้า รายเล็ก (SPP) ซึ่งใช้ระบบพลังงานความร้อนร่วม (Cogeneration) เป็นต้น  4. ทําให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับบริการและคุณภาพไฟฟ้าที่ดีขึ้น  5. สนับสนุนให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการพัฒนากิจการด้านพลังงานของประเท...