บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ หุ้น(Stock)

บันทึกการลงทุน 29/08/2019 ทำไมยังลงทุนในหุ้นต่อ1

รูปภาพ
สวัสดีทุกท่านที่บังเอิญผ่านมาใน Blog ของผม ซึ่งก็ไม่ได้อัพอะไรใหม่ๆสักเท่าไร ช่วงนี้ผม ติดไอดอล กับ ร้านเมดอย่างหนักมาก เพราะหุ้นในตลาดหากำไรเติบโต ได้น้อยเหลือเกิน ผมเลยเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า แม้จะพยายามหาหุ้นดีๆ แล้วใส่ลงไป ก็ยังขาดทุนราคา และ ผลประกอบการก็ไม่โสภาแบบสมัยก่อน ส่วนเมื่อคือผมรู้สึกมีเรื่องน่าตื่นเต้นคือ สงครามการค้าระหว่าง จีนกับ USA และที่เป็น Hi light ของยุค น่าจะเป็น ทวิตเตอร์ของประธานาธบดี โดนัล ทรัมป์ เอาจริงๆ ตอนผมเรียนเศษฐศาสตร์มา โลกก็แนวโน้มวิ่งไป FTA กันทั้งโลก แต่มายุคนี้ กลับมาแข่งการตั้งภาษี กันซะอย่างนั้น ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอีกสักกี่ปี เคยสงสัยเหมือนกันว่า อีก100ปี ประวัติศาตร์ จะจารึกยุคสมัยนี้ไว้ว่าอย่างไรเมื่อกัน สรุปเมื่อคืน จีนตั้งกำแพงภาษีขึ้น10% USA ก็ตั้งกลับ ทรัมป์ขู่เฟดให้ลดดอกเบี้ย บอกให้คนหาฐานผลิตใหม่ เหตุการณ์อื่นๆ ก็ ฮ่องกงประท้วงจีน หาหุ้นเติบโตไม่ได้ เลย นอกจากพวกหยุดเพิ่ม PPE แล้ว นั่งหาหุ้นขำๆ กรอก หุ้นต่ำกว่า SMA200 ได้ 360 ตัว รวมๆก็ หาหุ้นราคาPEไม่สูง ไม่เจ๊ง ไปได้อย่างแข็งแกร่ง มีความสามารถปันผล มากกว่า 2.5% ขึ้...

บันทึกการลงทุน 04/03/2018 ทำไมยังลงทุนในหุ้นต่อ

รูปภาพ
ในช่วงหลายๆ ปีทีผ่านมา เราเริ่มมีผลิตภัณฑ์การลงทุนชนิดใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น TFEX ที่เป็น Future มึทั้ง Soft community Hard Community ดัขนี ค่าเงิน ต่อมาก็ DW ที่เป็นทั้งหุ้น และ ดัขนี ซึ่งมีให้ทำทั้ง Call และ Put รวมไปทั้ง สิ่งที่มาตาม Internet พวก Forex ต่างๆ ซึ่งกฎหมายไทยไม่ได้รองรับ ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าว การมาของเทคโลโนยีด้าน Social เช่น Facebook, Line และ โลกไร้พรมแดน ทำให้มีกูรูเกิดขึ้นมามากตาม เพจต่างๆ ทำให้การทำเงินแบบง่ายๆ สูตรการลงทุน โพย ไหลมาง่ายๆ ผ่านตาเราทุกวัน การโชว์พอร์ต กำไร ทุกวัน และเก็บค่าเรียนแพงๆ หมื่นๆ แสนๆ ความเห็นส่วนตัวสำหรับผม ก็ลองใช้พิจารณาดูเองละกันนะครับ ยิ่งรับประกันการได้กำไร  ลองคิดเล่นๆดูสิครับ คนมีเงินมากๆ ทำไมแรงจูงใจด้านเงินทองไม่ลดไปด้วย ลองดูคลิปนี้นะครับ ช่วง 25 นาทีครับ จากเสี่ยป๋อง เรื่องน่าคิดการเปิดคอร์ส ปล. คลิปนี้ แนะนำการตัดสินใจจากกราฟที่ดีครับ สุดท้าย ผลิตภัทณ์การเงินที่ซื้อขายได้ ก็ไม่ได้มีแค่ หุ้นกับ W arrant  ละ มีทางเลือกมากมายไม่ว่า จะเป็น อนุพันธ์ Tfex DW สามารถเล่นได้ทั้งขึ้นและลง นั้นถือ...

วิธ๊ดู SET50 SET100

รูปภาพ
SET50 SET100 คือการจัดกลุ่มของหลักทรัพย์ตราสารทุนที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์ ว่าหลักทรัพย์ไหนควรมาอยู่ในดัชนีหลักทรัพย์ของตลาด เข้ามาแล้วมีข้อดีอะไร? บอกได้ว่าตัวเองติด Top50 Top100 ของตลาดหลักทรัพย์ไทย เพราะเงื่อนไขการเป็น หุ้น SET50 SET100 ก็เน้นที่ Market cap และ ปริมาณและมูลค่าการซื้อขาย กองทุนหลายๆกองทั้งไทยและเทศ ก็จะมีการกำหนดไว้เป็นเงื่อนไขเบื้องต้นว่า ให้ซื้อหุ้นขนาดใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์ บางทีซื้อหุ้นเล็กๆ จะซื้อได้ไม่เยอะ วิธีการคัดเลือก? จะทำทุกๆ 6 เดือนโดนมีขึ้นตอนที่หน้า 4 คำอธิบาย SET50 SET100 ของตลาดหลักทรัพย์ ตาม link นะครับ https://www.set.or.th/th/products/index/files/2013-01-SET50-100-IndexRule-TH.pdf สรุปดังนี้ 1. เข้าตลาดเกิน 6 เดือน 2. Market cap ในรอบ 3เดือน ติด Top 200 3. Free-Float มากกว่า 20% 4. มี Value มากกว่า 50% ของ Value เฉลี่ยในเดือนนั้นๆ และต้องต่อเนื่อง 9 เดือนจากช่วงเวลา 12 เดือน 5. ถ้ามีหุ้นเกิน 105 ตัว ค่อยๆ ลดเงือนไข (อ่านใน Link) 6. หุ้นน่าจะ  อยู่ดีมีสุข ไม่ออกจากตลาด ไม่ติด SP หรือ พักการซื้อขาย นานๆ จากนั้นแบ่งหุ้นลงดัชนีตาม...

การจำแนกหุ้นของ ปีเตอร์ ลิน (Peter Lynch)

ปีเตอร์ ลิน (Peter Lynch) เป็นนักลงทุนระดับตำนานคนนึงของโลก แต่ระยะเวลาการทำงานค่อนข้างสั้น คือไม่กี่ 10 ปี เมื่อเทียบกับ วอร์เรน บัตเฟต ถือว่า สั้นมาก แต่ด้วยผลงานการบริหารกองทุนของ แม็คเจ็ลลัน   และผลตอบแทน สูงตลอดช่วงการบริหาร และการมองที่พื้นฐานให้ออก  วิธีที่ปีเตอร์ ลิน (Peter Lynch) บอกเล่าถึงการ ลงทุนหรือหาหุ้น คือ ให้สังเกตุในชีวิตประจำวัน หาหุ้นตามร้านสะดวกซื้อให้ได้ การหาหุ้นที่ดีในชีวิตประจำวัน ที่เราพบได้ง่ายในชีวิตประจำวันและ คาดเดาถึงการเตืบโตให้ได้ หุ้นเด้ง ทฤ ษฎีงานเลี้ยง อีกเป็นต้น หนังสือหลายเล่ม ที่ปีเตอร์ ลินเขียนมา นับเป็นตำราของนักลงทุนสายพื้นฐานจริงๆ  สำหรับผม ยิ่งเล่มที่ชื่อ One up wall street หรือ ชื่อภาษาไทยว่า "เหนือกว่าวอลสตรีท"   ที่เรียบเรียบโดย ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร จากสำนักพิมพ์ ฟิเดลลิตี้ โดยตามไปดูได้ที่เว็บ  http://www.fp.co.th/ ปีเตอร์ ลิน (Peter Lynch) ได้อธิบายหรือการจำแนกหุ้น ไว้ 6 อย่าง ซึ่งบางหุ้นอาจจะเป็นได้มากกว่า 1 อย่าง แต่ก็ถือว่าเป็นการจำแนกหุ้น ได้หลักแหลมและเห็นภาพชัดเจนอย่างแท้...

โอกาสทอง โลกในมุมมองของ Value Investor ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ปกติผมไม่ค่อยนำบทความคนอื่นมาลง แต่อ่านบทความนี้แล้วชอบมาก เป็นวิธีเลือกหุ้นจาก ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ต้นแบบ VI ในประเทศไทย ซึ่งอ่านแล้วนำเป็นไอเดียในการเลือกหุ้นได้อย่างดีครับ แต่ต้องอาศัยการอ่านงบการเงินให้แน่น แล้วคาดการณ์สภาพการดำเนินการธุรกิจให้ถูกต้องด้วย รับรอง หุ้นเด้ง ไม่ไกลเกินฝันแน่นอนครับ ที่มา http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=7&t=52948 โลกในมุมมองของ Value Investor         10 สิงหาคม 55 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร โอกาสทอง    ในการลงทุนนั้น ผมมักจะมีรายการของหุ้นบางตัวหรือบางกลุ่มอยู่ใน “หัว” ที่ผมจะคอยติดตามเป็นระยะๆ หุ้นเหล่านี้เป็นหุ้นที่ผมยังไม่ซื้อด้วยสาเหตุต่างๆ แต่โดยรวมแล้วมันยังไม่เป็นหุ้นคุณค่าที่น่าสนใจหรือมันยังไม่ถึงเวลาที่จะซื้อ อย่างไรก็ตาม หุ้นเหล่านี้ในบางช่วงเวลาหรือบางโอกาส มันอาจจะกลายเป็นหุ้นที่น่าสนใจมากและอาจจะทำเงินให้เรามหาศาล เรียกว่าเป็น “โอกาสทอง” ได้ ลองมาดูกันว่ามีหุ้นกลุ่มไหนหรือแบบไหนที่น่าจับตามอง และช่วงไหนจะเป็นโอกาสทองที่เราจะเข้าไปซื้อ    กลุ่มแรกที่ผมชอบติดตามแม้ว่าในระยะหล...

วันหลังเลือกตั้งปี 2554

รูปภาพ
วันนี้เป็นวันที่ตลาดหุ้นไทยทำการปิดตัวไปด้วยดัชนี 1090.28 ซึ่งอาจไม่ใช่จุดสูงสุดในรอบเป็น 10 ปี ก็ตาม แต่สิ่งที่อยากให้จำไว้คือ วันนี้ ตลาดปรับตัวสูงขึ้นถึง 48.8 จุด และมีช่วงเวลาทำการ ทำถึง 50 จุด ผมยอมรับว่า เพิ่งเคยเห็นการปรับตัวที่เยอะขนาดนี้ (แต่ถ้าเทียบเป้น % แล้ว 4.6%) อีกสิ่งที่อยากให้จำไว้ได้เมื่อเวลาผ่านไปคือ ต่างชาติซื้อถึง หมื่นล้าน มูลค่าการซื้อขาย มี 6หมื่นล้าน ซึ่งทุกอย่างเป็นข่าวดีเกือบหมด ไม่ว่า กรีซผ่านมาตรการรัดเข็มขัด และสภายุโรปจะให้กู้เพิ่ม ตัวเลข USA ก็ดีขึ้น นับว่าทุกอย่างเรียกว่าเป็นสิ่งที่ควรจดจำไว้ในประวัติศาสตร์การลงทุนเลย ส่วนข้อคิดเตือนสตินักลงทุน ใครที่ตกรถ ก็ขอให้จำไว้ว่า ไม่ใช่รถขบวนสุดท้าย สักวันเหตุการณ์เหล่านี้เกิดอีก ส่วนใครที่ได้กำไรมากๆ ก็ขอให้จำไว้ว่า ไม่ควรหลงระเริงกับผลงานที่ได้จากตลาด ส่วนใครที่จะตัดสินใจอะไรต่อไป ผมก้ขอใช้คำพูดของ วอร์เร็น บัตเฟต ว่า กล้าในช่วงที่คนกลัว และกลัวในช่วงคนอื่นกล้า ไว้เตือนสตินะครับ ซึ่งสำหรับผมตอนนี้พื้นฐานเศรษฐกิจ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่มีแนวโน้มดีขึ้น (หลังจากเดือนที่แล...

การสร้างนิสัยการลงทุน

ตั้งแต่เปิด Blog นี้มา ผมมักจะพูดการลงทุนในหลักทรัพย์ หรือ หุ้นมาตลอด ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะบอกแต่เรื่องพื้นฐาน แต่ก็ไม่ค่อยได้บอกว่าปกติ เลือกหุ้นกันอย่างไร โดยหลักๆ การลงทุนจะมี 2 แบบ ที่คุ้นหู มูลค่า กับ เก็งกำไร สำหรับผมมันเป็น วิธีคิดมากกว่าข้อบังคับ ซึ่งใครถนัดแบบไหน หรือ เห็นดี เห็นชอบด้านไหน ก็จะทำตัวตามความเชื่อแบบนั้น แม้แต่ตัวผมเอง บางครั้งก็ไม่กล้าบอกว่าเป็น นักลงทุนมูลค่า เพราะบางเวลาก็กลายเป็นนักเก็งกำไร เหมือนกัน ที่สำคัญกว่าคือ เมื่อเราลงทุนไปสักพัก เราจะเริ่มมีรูปแบบการลงทุนไปอย่างไม่รู้ตัว เราจะมีสาเหตุที่เลือกหุ้น เลือกลงทุนเอง หรือ ซื้อ ขาย ตามเงื่อนไขอะไรบางอย่าง แม้บางครั้งจะลงทุนแบบไม่มีเหตุผล แต่นั้นก็ถือเป็นเหตุผลที่เราลงทุน ซึ่งบางคนเรียกว่า พฤติกรรมการลงทุนบ้าง ระบบเทรดบ้าง ปรัชญาการลงทุนบ้าง ทัศนคติ ส่วนผมว่าคงเหมือนกับวิชาจิตวิทยาเรื่องพฤติกรรม การทำซ้ำๆ จนเป็นนิสัยการลงทุน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ ถ้าถูกออกแบบมาดีตั้งแต่แรก เราจะไม่มีปัญหาในการลงทุน เช่น การตัดขาดทุน (เป็นอย่างแรกที่ได้เรียนรู้) การคัดเลือกหุ้นที่ดี การสะสมเงิน หรือ การออม ซึ่งส่วนใหญ่ ถ้าออกมาดีตั้...

การลงทุนในปี 2554

บทความก่อนหน้าผมพูดเรื่องเศรษฐศาสตร์ ไปละ ว่าคงโต และก็คงมีปัญหาเศรษฐกิจตามวัฏจักรของมัน เช่น ของแพง เงินเฟ้อ ภาษีเพิ่ม คราวนี้มาพูดเรื่องการลงทุนบ้างดีกว่า ว่าไปตามหลักเหตุผล แน่นอนถ้าเศรษฐกิจดี แนวโน้มการทำการค้า การขาย การให้บริการ ต้องมีมากขึ้นด้วยตามหลักเศรษฐศาสตร์ สิ่งที่จะตามมาคือแนวโน้มของรายได้จะมากขึ้น ซึ่งทำให้ราคาหลักทรัพย์ต้องเพิ่มขึ้นด้วย แต่ปัญหาต่อมา คือการขยายกิจการ การลงทุนเพิ่ม การกู้เงิน จะตามมา อันนี้เป็นปัญหาท้าทายอยู่แล้วสำหรับบริหารธุรกิจ ซึ่งถ้าทำถูกที่ ถูกเวลา ก็จะดีมากต่อบริษัทและส่งผลดีในระยะยาวของ แต่ถ้าพลาดก็รับกรรมกันไปถ้วนหน้า ไม่ว่าผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น ยันลูกน้องในบริษัทนั้นเอง ถ้าจะดูการโตรายบริษัท ในปีที่เศรษฐกิจน่าจะขยายตัว ผมอยากให้ตระหนักไว้ คือ โตแบบไหน โตแบบ Margin เพิ่มไหม ซึ่งในปีที่แล้วส่วนใหญ่โตแบบ Margin เพิ่มแน่นอน นั้นจะเป็นสิ่งที่ดีมาก แม้จะโตแบบ Margin ลดลงบ้าง หรือ ไม่มีเลย ก็ยังดีกว่า ถดถอย โดยเฉพาะปีนี้ ที่ใครๆ คิดว่า มันต้องดี ถ้าใครถดถอยหรือถอยหลัง ต้องให้ดูได้ละว่าเพราะอะไร ลงทุนเกินตัวไหม หรือ การขายลดลง ก็วิเคราะห์กันไปต่างๆนานา...

เครื่องหมาย NP ของตลาดหลักทรัพย์

วันนี้ผมเจอหุ้นผมตัวหนึ่งอยู่ๆ ก็ขึ้นเครื่องหมาย NP มาเฉยๆ ผมเลยต้องไปหาว่าเกิดอะไรขึ้นกับหุ้นผม ซึ่งพอเค้าไปดูก็พบว่าจะมีการซื้อหุ้นเพื่อเทคโอเวอร์บริษัทที่ผมถือหุ้นไว้ ซึ่งคาดว่าเป็นสาเหตุทำให้ หุ้นผมต้องมีเครื่องหมาย NP เตือนนั้น ซึ่งในความหมายของ NP คือ Notice Pending บริษัทจดทะเบียน มีข้อมูลที่ต้องรายงานและตลาดหลักทรัพย์ อยู่ระหว่างรอข้อมูลจากบริษัท ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่ามีปํญหาอะไรมาก โดยราคาก็วิ่งไปยาวๆระดับนึง ซึ่งต้องเรียกว่าเป้นผลดีกับผม เว้นแต่ผู้ถือหุ้นใหม่อยากเอาหุ้นออกจากตลาดนั้นละครับ ผมอาจต้องคิดกังวล ช่วงนี้เจอการซื้อหุ้นคืน เปลี่ยนเจ้าของบ่อยเหมือนกันครับ แต่ราคาก็ยังวิ่งดีอยู่ครับ โชคดีในการลงทุนครับ

การประชุมผู้ถือหุ้น

เมื่อเราได้ถือหุ้นหรือได้ลงทุนซื้อหุ้นบริษัทไหนมา นั้นเท่ากับเรามีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของบริษัทนั้นได้( แม้ว่าเราไม่เคยสามารถเอาไปเบ่งกับอะไรได้ก็ตาม ) ดังนั้นในรอบปีจะมีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นอย่างน้อยปีละครั้ง ซึ่งเว้นแต่ว่าจะมีเหตุการณ์ไรสำคัญจริงๆ ถึงจะเรียกประชุมขอมติผู้ถือหุ้นครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก่อนจะเรียกผู้ถือหุ้นมาประชุม หลักทรัพย์นั้นๆ จะขึ้นเครื่องหมาย XM ซึ่งถ้าเราถือหุ้นอยู่ถึงช่วงนั้น เราก็ได้สิทธ์ในการเข้าประชุมด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีวาระการประชุมต่างๆ เกิด เช่นรับรองการจ่ายปันผล ขอเพิ่มทุน ตั้งแต่งคณะกรรมการใหม่ เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่พวกกองทุนจะให้ความสำคัญต่อการประชุมมากเพราะเป็นโอกาสที่ได้ซักถาม แนวทางการบริหารต่างๆ หรือได้ถามข้อสงสัยในแต่ละเรื่องของบริษัทมหาชนนั้นๆ ส่วนความสำคัญที่ดี แม้ว่าเราจะถือหุ้นแค่เพียง 1 หุ้น เราก็ได้รับสิทธิ์ที่ได้เข้าร่วมประชุม รวมถึงได้รับรายงานประจำปีด้วย แม้เสียงเราจะน้อยแต่เราอาจทำเสียงดังในที่ประชุมได้ นั้นละครับ ที่บอกในบทความนี้คืออยากให้เราทราบและได้ใช้สิทธิ์ที่เรามีอย่างเต็มที่ เงินของเรา การลงทุนเรา อย่างได้มีโอกาสได้ตรวจสอบบ้างครับ ล...

PANIC SELL การตกใจขาย และ ข่าวลือ

เขียนไว้เพื่ออธิบายคำศัพท์และปรากฎการณ์ช่วงนี้หน่อยนะครับ 2 วันนี้ ดัชนีหุ้นไทย SET Index ตกรวมๆกันไม่ต่ำกว่า 30 จุด (ยังไม่เปิดตลาดรอบบ่าย) แต่เมื่อวานสังเกตุได้ว่า Volum แน่นหนา 4หมื่นล้าน และหุ้นตกมาก ทำให้เห็นได้ถึงสัญญาณ PANIC SELL ในตลาดหุ้นไทย PANIC SELL เป็นการตกใจขาย กับสาเหตุที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเกิดจากข่าวจริง หรือข่าวลือ เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ในตลาดหุ้นหลายครั้ง เช่น 911 หรือ วันที่ธนาคารกลางแห่งประเทศไทยประกาศใช้การสำรองการแลกเปลี่ยน แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เห็นจริง เป็นข่าวจริง ส่วนข่าวลือนั้น โดยนิยาม เป็น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครยืนยัน หรือแหล่งข่าวไม่ยืนยันว่าเป็นความจริง แต่ในบางครั้งสิ่งที่เป็นข่าวลือนั้น อาจไม่เกิดขึ้นจริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ยังไม่จัดเจนทำให้บรรยากาศอารมณ์กลัวครอบงำการซื้อขาย ทำให้เกิด การ PANIC SELL อย่างต่อเนื่องได้ สิ่งทีเกิดขึ้น อาจเกิดโดยไม่ต้องตัวทั้งนักลงทุก ระยะยาว ระยะสั้น ใครเล่นสั้น อย่างไร ก็ ขาดทุนครับ ขนาดผมว่า แนวรับผมแน่นมากแล้ว ยังร่วงจนตกใจเหมือนกัน สุดท้าย ข่าวลือในตลาดนั้นเกิดขึ้นทุกวัน บางจริงบางเท็จบาง ส่งผลกระ...

รู้จักตลาดหมี กระทิง

คำเปรียบเปรย ว่าตลาดหลักทรัพย์นั้น มีอยู่สัตว์สองตัวที่ใช้เปรียบเปรยคือ หมี กระทิง ซึ่งบางคนบอกว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดมีลักษณะเหมือนนิสัยสัตว์ 2 ชนิดนี้ ตลาดหมี คือ หมีที่เชื่องช้าตบหนักสาหัสปางตาย ใช้เวลาภาวะตลาดหุ้นตกหนักๆ หรือ ตลาดหุ้นมีมูลค่าการซื้อขายน้อยมากจน คนบอกเหมือนหมีจำศีล ตลาดกระทิง คือ กระทิงแข็งแรงปราดเปรียว ว่องไว วิ่งไล่แทงตลอด ใช้เปรียบเทียบสภาะตลาดที่มีการซื้อขายคึกคัก มูลค่าซื้อขายวิ่งไม่หยุดในแต่ละวัน เหมือนกับกระทิงไล่ขวิด ซึ่งที่สำคัญคือ ตลอดเวลา หมี และ กระทิง เป็นของคู่กันเหมือน ขาวกับดำ หยิงหยาง ในประวัติศาสตร์การลงทุนของโลกนี้ ไม่เคยมี ตลาดไหน เป้นหมีตลอดเวลา หรือ เป็นกระทิงตลอดเวลา มีแต่สลับๆ กันไปตลอดเวลา ซึ่งบางคนไม่เข้าใจในสัจธรรมในข้อนี้ ทำให้เจ็บตัวล้มตาย เพราะ หมี และ กระทิงมาเยอะแล้ว การที่เราสามารถเข้าใจถึงสภาพวะ หมี หรือ กระทิงได้ ก็จะทำให้เราสามารถปรับกลยุทธ์ในการลงทุนได้ และสามารถทำให้เรามีการลงทุนได้มีประสิทธิภาพตามช่วงเวลานั้นๆ นะครับ

นักลงทุนหลักทรัพย์กับการขาดทุน

ความเป็นจริงอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงกับการลงทุนคือ ไม่ว่าเราจะศึกษาวิเคราะห์หุ้นมาแค่ไหนแต่เราก็ไม่สามารถรู้อนาคตได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นความเสี่ยงที่เราต้องหาวิธีจัดการ ทุกศาสตร์การวิเคราะนั้นสอนให้เรารู้จักทรัพย์ให้ดีที่สุด เพราะพร่งนี้ หุ้นจะเป็นอย่างไร ก็ยังไม่มีใครตอบได้ แต่เราสามารถทราบแนวทางได้ว่าบริษัทนี้จะมีแนวโน้มอย่างไรต่อไป ถ้าแนวโน้มดีก็อาจส่งผลให้หุ้นที่เราถืออยู่นั้น มีโอกาสราคาสูงขึ้น เรื่องความไม่แน่นอนในตลาดหุ้นแต่ Warren Buffet ก็เคยขาดทุน พวก ดร.ทางการเงินก็เคยขาดทุน หรือผู้บริหารกองทุน ก็เคยขาดทุน แม้แต่ ผู้บริหารกองทุนระดับไหนในโลกนี้ ก็เคยขาดทุนทั้งนั้นละครับ แม้ผมเองที่ชอบเรียกให้คนอื่นมาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และบอกว่าไม่เคยขาดทุน ก็ยังเคยขาดทุนครับ แต่อย่างพวกนักลงทุนที่ผมกล่าวมาคือ เค้าขาดทุนแค่บางช่วงเวลา แต่เมื่อคำนวณออกมาแล้ว ตลอดช่วงชีวิตการลงทุน ก็กำไรมากกว่าขาดทุนครับ คนที่ขาดทุนอยู่ก็ขอให้รู้ไว้ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกการลงทุนแห่งนี้ สักวันคุณต้องกำไรแน่ แต่ต้องเลือกลงทุนให้ถูกวิธีนะครับฃ แม้เราไม่สามารถรู้อนาคต หรือ ควบคุมการเคลื่อนไหวของตลาดได้ แต่สิ่ง...

เวลาหลังตลาดหุ้นปิด

ช่วงนี้ผมกลับมาสู่ตลาดหุ้นแบบเกือบเต็มตัวอีกครั้ง หลังหันหลังให้มาหลายปีมากตั้งแต่ ปี 48 ซึ่งกลับมางวดนี้ตอนนี้ หวังว่า คงกลับไปดีดตัวเหมือนช่วงปี 45-46 อีก สิ่งที่เราซื้อขายกันในเวลา 9.30-17.00 นั้น เมื่อเลยเวลานั้น ตลาดหุ้นก็ปิด แต่ในความเป็นจริงประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวทีมีตลาดหุ้น อีกทั้งตลาดประเทศเราก็เล็กน้อยมาก ถ้าเทียบกับตลาดในเอเชีย ยุโรป และ อเมริกา ที่สำคัญนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ ที่สำคัญกับโลกเรานั้น มักมาหลังตลาดหุ้นปิด เช่น การประกาศนโยบายดอกเบี้ยของ ธนาคารกลางสหรัฐ รายงานการเติบโตหรือถดถอยต่างๆ จากประเทศต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่มาหลังตลาดบ้านเราเปิด เพราะ เวลาที่ต่างกัน วันนี้ผมลงมาตอน ตี1 ดู CNBC ก็ได้บรรยากาศสมัยหัดเล่นหุ้นแรกๆ ที่ลงมาดูว่า ตลาดดาวโจนส์เป็นอย่างไรบ้าง มีข่าว STEVE JOBS ซึ่งหน้าตาโทรมมาก โดยธุรกิจที่เป็นชั้นแนวหน้าของโลก นั้นมีหุ้นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกา ซึ่งทำให้เรารู้ว่าแต่ละอุตสาหกรรมมีแนวโน้มอย่างไร แม้ตอนนี้เรายังไม่สามารถหอบเงินออกไปลงทุนที่ต่างประเทศได้ แต่ข่าว แนวโน้ม นั้นมีผลอย่างแน่นอนต่อตลาดหุ้นของเราวันรุ่งขึ้น ไม่ว่าข่าวจากยุโรป สหรัฐ หรือ เอเ...

สภาพคล่องหุ้น

ในตลาดหลักทรัพย์เวลาเรานั้นจะเลือกซื้อหรือลงทุนในหุ้นตัวไหน สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากอีกอย่างคือ มูลค่าการซื้อขาย หรือ จำนวนหุ้นที่มีการซื้อขายในแต่ละวัน ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าสภาพคล่องของหุ้น การหลังจากดูปัจจัยพื้นฐานแล้วให้ ถ้าเกิดว่าดี ซึ่งเป็นเรื่องแปลกอย่าง บริษัทที่ปัจจัยพื้นฐานดีตามหลักน้กลงทุนมูลค่าบ่อยครั้งจะสภาพคล่องไม่ดีด้วย หรือ อาจเพราะนักเก็งกำไรไม่สนใจ ซึ่งการมีสภาพคล่องนั้นดีอย่างไร คือ ซื้อง่ายขายคล่องไม่ต้องมานั้งรอว่าจะขายได้เมื่อไร หุ้นที่มีสภาพคล่องดีๆ ซื้อมาอย่างไรก็ขายได้ง่าย แต่ถ้าสภาพคล่องไม่ดีบางครั้งต้องนั้งรอนานมากกว่าจะขายได้ หรือไม่ก็ช่วงราคาก็ห่างกันมากกว่าราคาหุ้นทั่วไป สำหรับนักลงทุนมูลค่าหรือพวกเน้นเงินปันผล อาจไม่ค่อยรู้สึกถึงความไม่มีสภาพคล่องเท่าไร เพราะเน้นไปที่บริษัทอยู่แล้ว แค่บริษัททำกำไรได้ดี เงินปันผลก็ดี อย่างอื่นคงไม่สนใจอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร ในทางตรงกันข้ามพวกนักเก็งกำไรคงไม่ชอบเท่าไรเพราะมันซื้อยากขายลำบาก ซื้อแล้วไม่รู้จะขายได้หรือไม่ แต่หลายๆ ครั้ง ผมกลับเห็นหุ้นพื้นฐานไม่ดีสุดๆ หรือแทบจะเป็นฟื้นฟูกิจการเป็นที่โปรดปรานของนักเก็งกำไรเหลือเกิน สภา...

หลักปรัชญาของการวิเคราะห์แบบเทคนิค

สิ่งที่เป็นหลักความเชื่อและต้องเชื่อสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นนักวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค โดยเรียกว่าเป็นหลักปรัชญาสำหรับนักวิเคราะห์ทางเทคนิคเลยก็ว่าได้ โดยมีอยู่ 3 ข้อ Market Action Discounts Everything. หมายถึุงราคาหลักทรัพย์ หรือ ราคาหุ้นนั้นจะแสดงผลกับทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็น ข่าว ผลประกอบการ เศรษฐกิจ การเมือง Prices move in trends. การเคลื่อนที่ของราคานั้นจะเป็นไปตามแนวโน้ม(Trend) History repeats itself. ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอย โดยความเชื่อนี้เปรียบเสมือนสมมุติฐาน อาจจะไม่เกิดขึ้นจริงหรือไม่เป็นไปตามความเป็นจริงเสมอไปก็ได้ แต่เพื่อให้สามารถอธิบายได้ด้วยทางทฤษฎีแล้ว ต้องทำการสมมุติสถานการณ์ หรือตัดตัวแปรที่ไม่จำเป็นทิ้งไป เพื่อให้ง่ายต่อการอธิบาย ซึ่งผมจะอธิบายรายละเอียดแต่ละข้อในครั้งต่อไปนะครับ

แนวรับ แนวต้าน คืออะไร

คำแรกคือในบทความวิเคราะห์ทางเทคนิคคือ แนวรับ แนวต้าน แนวรับ แนวต้าน คืออะไร แนวรับ แนวต้าน เป็นคำที่นักลงทุน นักเล่นหุ้น ได้ยินบ่อยๆ จากนักวิเคราะห์หุ้น หรือ พวกมีความรู้ทั้งหลาย เช่นว่า "ให้รอแนวรับที่ XXX จุด และ ขายที่ แนวต้านแถวๆ XXX จุด" "ถ้าหลุดแนวรับนี้ไปได้ ก็ให้ไปรอแนวรับต่อไป" "แนวต้านนี้แข็งมากๆ คงฝ่าไปยาก" เป็นต้น จากนั้นการหาแนวรับแนวต้านหาจากไหน ตอนผมอบรมที่ NIP มีอาจารย์คนหนึ่งบอกว่า แนวรับอยู่ใจ แนวต้านอยู่ที่เงิน หรือ แนวรับอยู่ทีเงิน แนวต้านอยู่ที่ใจ ไม่แน่ใจเหมือนกัน แนวรับอยู่ใจคือ หุ้นตกแค่ไหน ใจถึงไหมที่จะถือ แนวต้านอยู่ที่เงิน คือ ช่วงนัี้นร้อนเงินไหม ถ้าร้อน ก็ขาย โดยแนวรับ เป็นจุดที่คาดการณ์ว่า หุ้นคงไม่หล่นลงไปมากกว่านี้ ส่วนแนวต้านคือ จุดที่คาดการณ์ว่า หุ้นไม่สามารถฝ่าขึ้นไปได้ จากนั้นเลยมีคำว่า หลุดแนวรับ หรือ ฝ่าแนวต้าน คือ เมื่อหุ้นนั้นสามารถผ่าสิ่งที่เราคิดไปได้ นั้นละครับ สรุปง่ายๆ คือ แนวรับ แนวต้าน เป็น ตัวเลขที่เราสมมุติขึ้นมา แนวรับถ้าอยู่ได้ ก็ให้ซื้อ เพราะน่าจะไม่ตกไปอีกแล้ว แนวต้านถ้าไม่ทะลุ ก็ให้ขาย แล้วไปรอรับข้างล่...

แนวรับ แนวต้าน คืออะไร ภาคอ้างอิง

ความหมายที่คนอื่นได้บอกไว้ "แนวรับ รับไว้ไม่ให้ตก" หมายถึง บ่อยครั้งที่ราคาหุ้นได้อ่อนตัวลงมาถึง ระดับน้ทีไร ก็มีแรงซื้อมาช่วยผลักดันให้ราคาหุ้นมีการดีดตัวกลับทุกที หรือ อาจกล่าวได้ว่า ในอดีตที่ผ่านมา มีความต้องการซื้อเกิดขึ้น เมื่อราคามาถึงระดับนี้ "แนวต้าน ต้านไว้ไม่ให้ขึ้น" หมายถึง บ่อยครั้งที่ราคาหุ้นได้ขึ้นมาถึง ระดับนี้ทีไร ก็มีแรงเทขายออกมากดให้ราคาหุ้นมีการอ่อนตัวลงไปทุกที หรือ อาจกล่าวได้ว่า ในอดีตที่ผ่านมา มีความต้องการขายเกิดขึ้นมา ณ ระดับนี้ จาก http://topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/I3618490/I3618490.html แนวรับรับไว้ไม่ให้ตก หมายถึง บ่อยครั้งที่ราคาหุ้นได้อ่อนตัวลงมาถึง ณ ระดับนี้ทีไร ก็มีแรงซื้อเข้ามาช่วยผลักดันให้ราคาหุ้นมีการดีดตัวกลับขึ้นไปทุกที หรืออาจจะกล่าวได้ว่าในอดีตที่ผ่านมา มีความต้องการซื้อเกิดขึ้น เมื่อราคามาถึงระดับนี้ แนวต้านต้านไว้ไม่ให้ขึ้น หมายถึง บ่อยครั้งที่ราคาหุ้นได้ขึ้นมาถึง ณ ระดับนี้ทีไร ก็มีแรงเทขายออกมากดให้ราคาหุ้นมีการอ่อนตัวลงไปทุกที หรืออาจจะกล่าวได้ว่า ในอดีตที่ผ่านมา มีความต้องการขายเกิดขึ้นมา ณ ระดับนี้ จาก h...

ชีวิตผมกับ cut lose

ผมเคยไปอบรมคอร์สการลงทุนของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยในโครงการ NIP2 ชื่อเต็มว่า New Investors Program 2 ภาษาไทยคือ โครงการนักลงทุนรุ่นใหม่ รุ่นที่2 เมื่อ ตุลาคม 45 ซึ่งเรียกว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในชีวิตการลงทุนผมเลย ถ้าไม่มีโครงการนี้ ผมอาจเป็นแค่แมงเม่า และคงโดนไฟเผาตายไปตั้งแต่เริ่มลงทุน สัก 2 ปีแรกละ ซึ่งที่นี้เป็นที่ให้คำว่า ตัดขาดทุน หรือ cut lose โดยที่จำแม่น คือ อาจารย์หลายสำนักให้คำนี้ไว้ตรงกัน โดยมี อาจารย์ดร.นิเวศ เหมวชิรวรากร เขียนหนังสือหลายเล่มมาก อาจาย์วิกรม ซึ่งเป้นนักลงทุนแนวพื้นฐานทั้งคู่ อีกท่านจาก กิมเอ็ง เคยเป็นแพทย์มาก่อนผมจำชือ่ท่านไม่ได้ แต่ท่านเป้นอาจารย์คนแรกที่สอนเรื่อง เทคนิค ได้ให้พื้นฐานเต็มที่ ได้แนะนำหนังสือ ของ จอน เจ เมอฟีี่ ในผม ซึ่งผมได้ใช้ตลอดมาจนปัจจุบัน (อีกเล่มผมจำไมไ่ด้) แม้เวลาผ่านไปนานมากแล้ว เกือบ 8 ปี ชีวิต ความทรงจำ ความรู้ รวมทั้งความฝันในตอนนั้นได้หายไปมากแล้ว แต่สิ่งที่ยังฝังหัวในเรื่องความรู้่ในการลงทุนเรื่องหนึ่ง คือ cut lose แม้อาจารย์แต่ละท่านแตกต่างแนวทางการลงทุนและมองการตัดขาดทุนต่างกัน แต่ทุกคนให้รู้จัก cut lose หรือ ตัดขาดทุน ...

ความเสี่ยงในการลงทุนคือเพื่อนร่วมทางคุณตลอดไป (3): Cut lose is The best

พูดเรื่องความเสี่ยงมาก 2 บทความแล้ว คราวนี้ผมจะมาพูดถึงวิธีจำกัดความเสี่ยงในการลงทุนให้นะครับ จากกรณีความเสี่ยงด้านไม่ดีที่จะเกิดขึ้นในบทความที่ 1 ที่ผมได้กล่าวไว้ ผมขออนุญาติตัดกรณี -100% ทิ้งไปก่อนนะครับ แม้ความเสียหายรุนแรงสุดแต่โอกาศเกิดก็น้อยมากครับ โอกาสเกิดคือ บริษัทล้มละลาย ซึ่งก็ควรดูให้ดีๆนะครับ เราสามารถดูได้จากงบการเงินบริษัทไว้อธิบายในโอกาสต่อไป ก็เหลือ ถ้าหุ้น - 5 % เป็น 9,500 บาท เรารับความเสี่ยงนี้ได้ไหม ถ้าหุ้น - 10% เป็น 9,000 บาท เรารับความเสี่ยงนี้ได้ไหม ถ้าหุ้น -50% เป็น 5,000 บาท เรารับความเสี่ยงนี้ได้ไหม นั้นละครับ ความจริงอาจต้องแตกแยกกว่านี้อีก ให้ได้ครบทุกกรณี แต่ผมจะให้คุณคิดว่า ความยอมรับผลการขาดทุนได้มากขนาดไหนก่อน มีเงินอยู่ 10,000 บาท ยอมขาดทุนเท่าไร แล้วค่อยมาดูกันว่าวิธีจำกัดความเสี่ยงคืออะไร ........................................................ ........................................ ........................... .................. ........... ..... . คิดว่าน่าจะได้คำตอบกันแล้ว วิธีการจำกัดความเสี่ยง หลายคนอาจรู้จักแล้ว แต่ถ้ายังไม่รู้จัก ก็เรียกว่า...