บทความ

บันทึกการลงทุน 27/08/2556 ปรับฐานต่อเนือง กับ จิตใจ ความคิดก่อนเงินเดือนออก

รูปภาพ
ณ วันนี้ ตลาดหุ้นก็ยังลงต่อเนื่อง ไม่ว่า ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ตอนนี้ก็ความเป็นจริง ก็ต่ำกว่า ต้นปีแล้ว แต่สำหรับผม ตอนนี้ ถ้าเทียบกับต้นปี คือ ขาดทุนละ จากกำไร High 70% หรือ กำไร 17% แถมมีขาดทุนมหาศาล หลายตัวอยู่ แต่สิ่งที่ผม อาจเลือกตั้งโปรแกรมในสมองไว้แล้ว ให้พร้อมกับการขาดทุน แม้จะไม่คิดว่า ขาดทุนขนาดนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาหุ้นลงมาก แน่นอนว่ามีหุ้นดี ที่ราคาเหมาะสม และ ปันผลที่ดี ตามมา ซึ่งตอนนี้เริ่มมีปันผล เกิด 10% กลับมาอีกแล้ว แต่จะเลือก ต้องดูด้วยนะครับ ว่า กำไร ที่เป็นเงินสดจริงๆ และมีแนวโน้มว่า เกิดมาได้ต่อๆ ไปนะครับ ส่วนตอนนี้ ด้วยหุ้นร่วงมาติดๆ เงินสดผมหมดละ และพรุ่งนี้เป็นวันเงินเดือนออก ผมคิดว่าจะใส่เงินไปเท่าไรเพื่อ ซื้อหุ้นดี ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่หุ้นจะลงต่อ หรือว่า หุ้นขึ้นนะครับ แต่สิ่งนั้นคือ อนาคต ไตรมาศนี้ ผมเจอ อ่านงบ เดากำไรถูก แต่ราคาหุ่งลงไม่สนใจอะไร ก็เจอมาละ ดังนั้น อนาคตเป็นไง เราควบคุมไม่ได้ แต่พอหาแนวโน้มได้ ดังนั้น สิ่งที่่ผมเลือกคือ ซื้อหุ้นที่ พื้นฐานทางธุรกิจยังโตได้ กำไรยังต่อเนื่อง และปันผลสมำเสมอ แม้จะทำให้ผมขาดทุนก็ตามครับ นี้ค...

บันทึกการลงทุน 24/08/2556 การปรับฐานและ P/E ที่เริ่มถูกลง

รูปภาพ
ผมเริ่มจำไม่ได้ว่า P/E ตลาดต่ำกว่า 15 ครั้งสุดท้ายเมื่อไร อย่างน้อยก็ไม่ใช่ภายในปี 2556 แน่นอน ซึ่งสำหรับผม ค่า P/E เป็นค่าตัวเลขหนึ่งที่บอกถึงสถาพของบริษัท ณ ปัจจุบันได้ดี ในกรณีนี้ คือ P/E ของตลาดหลักทรัพย์นั้นเอง แต่ค่า P/E นั้น มาจาก ราคา/กำไร ณ วันนี้ คือ 14.7 แต่ ถ้าผมจะกังวลคือ ถ้า ในตลาด ค่า P/E  ต่ำลง แต่ จากงบ Q2/2556 นั้น หลายบริษัท ก็มี กำไรที่ลดลงด้วย ดังนั้น ถ้าสมมุติ เศรษฐกิจถดถอยจริง แนวโน้มที่ E จะต่ำลงก็น่าจะมีต่อไปเรือยๆ และจะทำให้ SET index ถดถอย ลงไปอีก แม้วันนี้คุณได้ P/E 14.7 เท่า แต่อาจจะกลับเป็น P/E ที่แพงขึ้นได้อีก ถ้าบริษัทจดทะเบียน ยังกำไรลดลง แต่อย่างไร ก็เป็นแค่ความเสี่ยงครับ เมื่อมีการปรับฐานใหญ่ๆ ในตลาด เศรษฐกิจจริงก็จะเริ่มปรับฐานด้วย อย่างน้อย ตอนนี้ค่าเงินบาทก็อ่อนค่ามาเยอะมาก เมื่อเทียบกับ ใช้ เดือน 4-5 อย่างไม่ต้องมีใครมากระตุ้นไรเพิ่มด้วย อาจจะส่งผลดีต่อพวกการขายสินค้าต่างประเทศ สุดท้าย ทุกอย่างก็เป็นการคาดเดานะครับ อาจเกิดจริงไม่เกิดจริงนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ อนาคต นะครับผม ขอให้โชคดีในการลงทุนครับ

บันทึกการลงทุน20/08/56 ช่วงถดถอยของตลาดหุ้นและแรงขายมหาศาล

มาถึงวันนี้ งบไตรมาส 2/2556 นั้นได้มาเกือบหมดละ ซึ่งหลายๆตัว ผมก็ได้ อ่านบางบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่ กำไร รายได้ ลดลง และ ต้นทุนบางส่วนก็สูงขึ้น ในพวกอุปโภค บริโภค ส่วนที่เห็นกำไรดีขึ้น ก็คือ พวก เทคโนโลยี และ ธนาคาร แต่ผมก็ดูแค่หลักๆ ที่สนใจนะครับ ไม่ได้ดูอะไรมากทั้งตลาดหลักทรัพย์ หลายๆ อย่างโครงสร้างของประเทศคงต้องเปลี่ยนไปแน่ๆ  แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนในตลาดต่อนี้ ไม่ว่าหุ้นตัวที่กำไรดี หรือ ไม่ดี ราคาหล่นลงอย่างชัดเจน บางบริษัทผมมเห็นกำไรขึ้นมาเป็น 20-50% แต่ ราคาหุ้นกลับร่วงอย่างสวนทาง ซึ่งตอนนี้ ตลาดน่าจะหาจุดต่ำสุดในรอบปีอยู่ ซึ่่ง ผลประกอบการตอนนี้ ดี ไม่ดี อย่างไร ก็คือเรื่องของบริษัท บริษัทกำไรสูง บริษัทกำไรลด บริษัทขาดทุน หรือ อื่นๆ แต่ที่แน่ๆ คือ แรงขายเริ่มเยอะ ราคาก็ลดลงอย่างไม่สนใจ ผลประกอบการ สิ่งที่ทุกคนคาดหวังไว้สวยงามในอนาคต ก็กลายเป็นสิ่งตรงกันข้าม บางสำนักข่าวในต่างประเทศก็มองว่า ประเทศไทย เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เป็นสิ่งที่มองในแง่ลบมาก ซึ่งถ้าเป็นเศรษฐกิจถดถอยจริง คงไม่ใช่เวลาสั้นๆ ที่ตลาดหุ้นจะกลับมาน่าสนใจ พูดถึงเศรษฐกิจแล้ว ถ้าอยากรู้ว่า เศรษฐกิจดี ก็ให...

เตรียมพร้อมสู่การอ่านงบ Q2/2556

วันนี้ เป็นวันสุดท้ายของเดือน 7 ซึ่งอีก 15 วันข้างหน้าจะครบกำหนด 45 วันหลังสิ้นไตรมาส 2 ซึ่งงบของบริษัทส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์จะเริ่มทยอยออกมา ซึ่งในไตรมาส 1 จะถึงกลางไตรมาส 2 เราได้ผ่านจุดสูงสุดของดัชนีในรอบ 16 ปีมาแล้ว และหลังจากมาตรการ QE ที่กำลังจะลดลงในอนาคต สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ การไหลกลับของเงินทุน หรือการขายของนักลงทุนต่างชาตินั้นเอง เป็นส่วนหนึ่งทำให้ ดัชนีทรัพย์บ้านเราลดลง แต่สิ่งที่ผมสนใจมากกว่า หลังจากตลาดหุ้นได้กลายเป็นความน่าสนใจของคนมากมาย ตอนนี้ หลังจากทำ ตัวตามอารมณ์ของนายตลาดแล้ว ก็ทำให้คนหายไปเยอะทีเดียว ส่วนเรื่องงบการเงิน ผมมองว่าไตรมาส 1 ส่วนใหญ่ งบโตน้อยกว่าราคาที่พุ่งขึ้นไป ทำให้ราคาหลักทรัพย์นั้น ดูแพงมากไปด้วยซ้ำ ยิ่งคนหาเงินปันผล แบบผม นี้แทบเรียกว่า เลิกซื้อหุ้นได้เลย ดังนั้น กำไรใน ไตรมาส 2 อาจทำให้ตัวหลักทรัพย์หรือหุ้น กับมาดูเหมาะสมกับมูลค่าต่อ ส่วนราคาเป็นอย่างไร นั้นคือสิ่งที่เราคาดการณ์ลำบาก ณ ตอนนี้ งบกลุมการเงิน เริ่มออกมาให้เห็น คร่าวๆ แล้ว ไม่น่าใจจะดีเหมือนกันทุก Bank ไหม แต่ที่รู้ๆ หุ้นผมตกไปมากกว่า ต้นทุนแล้ว แม้งบอาจจะออกมาดี แต่ร...

บันทึกการลงทุน 27/06/2556 เรื่องตลกกับนายตลาด และ มอร์ฟืนในตลาดหุ้น

รูปภาพ
ช่วงนี้ หลังจากตลาดปรับตัวลงมา 20% หรือประมาณ 1600 มาแถวๆ 1300 ปลายๆ ด้วยข่าวที่ว่า ธนาคารกลางอเมริกา หรือ FED มีแนวโน้มว่าจะยกเลิก มาตรการ QE ในกลางปีหน้า ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ทำการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว นักลงทุนต่างชาติก็ทำการขายอย่างต่อเนื่อง ในเดือนเดียว รวมทั้งหมด 60,000ล้านบาท สรุป แค่เดือนมิถุนายน เดือนเดียว ขายสุทธิรวมมากกว่าทั้งปีอีก แต่วันนี้สิ่งที่ผมประหลาดใจมากกว่าคือ GDP มวลรวมของ สหรัฐอเมริกา นั้นออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ แต่สิ่งทีเกิดขึ้นคือ หุ้นกลับขึ้นทั้วโลก ซึ่งคนส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า ทุกคนคลายกังวลว่า QE น่าจะยังต้องมีต่อไป ปัญหาคือ ตอนนี้คนอยากให้เศรษฐกิจไม่ดี เพื่อให้ QE ยังคงอยู่ต่อไป QE คือนโยบายทางการเงินที่ใช้อย่างแพร่หลายในประเทศ แต่ สำหรับผมเป็นนโยบายที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ดีกว่าใช้ลดดอกเบี้ยอีก แต่ปัญหาคือเงินที่เยอะขึ้นนั้น ใช้กลับมาที่สินทรัพย์ทางการเงิน หาใช้ไปลงทุนทางตรง ทำให้เงินทะลักมาทั่วโลก ทำให้ตลาดหุ้นไทยได้รับเงินส่วนนั้นไปด้วย เมื่อถ้าเลิกอัดฉีดเงินต้องไหลกลับประเทศ ทำให้เงินที่มาซื้อ หุ้น ทอง พันธบัตร ต้องเอา...

ตลาดเคยตกลงหนักสุดแค่ไหน

ปี 1994 เป็นที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์สูงสุดในประวัติศาสตร์ คือ 1789.18 ซึ่งเมื่อผ่านไปอีก 4 ปี  ปี 1998 ดัชนี ได้ต่ำสุดที  204.59 ตลาดหลักทรัพย์นั้นเคยร่วงหนักสุดในประวัติศาตร์บ้านเรา คือ 1789.18-204.59 =  1584.59 ถ้าคิดง่ายๆ ร่วงเยอะกว่า ดัชนี ณ  วันนี้อีก ซึ่งถ้าดูตัวเลขแล้ว คือ ตกลงไป  88.56515% สำหรับผม ช่วงนั้นเรียกว่า เศรษฐกิจล่มสลายเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบัน นั้น ตลาดเริ่มปรับตัวลง ซึ่งผมก็มองว่า 1789 นั้นเป็นสิ่งที่ไปถึง ไม่ใช่ช่วงนี้แน่นอน แต่ปัญหาคือ คนเริ่มกลัว ความกลัวเร่ิมปกครุมตลาด ทุกคนจะสงสัยว่า มันจะลงไปแค่ไหน 10% 20% แต่ผมแค่ยก สถิติให้ดูว่า 4 ปี มันเคยลงได้ เกือบ 90% แต่ก็แค่สถิต เล็กน้อย นะครับ ของจริงต้องดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วยนะครับ โชคดีในการลงทุนนะครับ

บันทึกการลงทุน 16/05/2556 ตรวจสุขภาพบริษํทและแนวโน้มที่เห็นชัดเจน

ในวันที่ผมเขียนบันทึกการลงทุน ยังเป็นช่วงหุ้นยังอยู่ เกิน1600 อยู่ และเป็นวันที่งบการเงินควรต้องมาครบทุกบริษัทแล้วนะครับ สิ่งที่น่าสนใจคือ ปีนี้ ค่าเงินบาท เป็นต้นทุนที่สร้างความหนักใจให้กับผู้ประกอบการมาก โดยเฉพาะผู้ส่งออก บริษัทไหนเน้นส่งออก แล้วยังสามารถทำกำไรให้เติบโตได้ ผมต้องบอกว่า บริษัทนั้นเก่งมากครับ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เรื่อง ภาษีที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิ นั้นต้องเพิ่มขึ้นในกรณีที่บริษัทที่ขายค้าได้เท่าเดิม แต่สิ่งที่ผมสังเกตุได้ Q1/2556 เป็นปีที่ กำไร ขาดทุน มีเฉลี่ยๆ พอๆกัน แถมยังตัวเลขค่อนข้างเหวี่ยงมากด้วยครับ ผมเห็นพวก กำไรลดลง 50% นั้นเยอะมาก ซึ่งอาจเป็นสัญญาธุรกิจหลายประเภทนั้น ไม่ได้ ขยายตัวเหมือนปี 55 แล้ว สิ่งที่ต้องสนใจคือ เหมือนกำไรลดลง ราคาหุ้นเป็นอย่างไร บางตัวกำไรลดก็ไม่ลง มาก แต่บางตัวกำไรลดลงอย่างไมไ่ด้คาดการณ์ไว้ ราคาก็ร่วงมากเหมือนกัน ส่วนใหญ่หุ้นที่ตกเยอะๆ จะเป็นก่อนหน้า ซึ่งจากช่วงนี้ไป การลงทุนจะยากขึ้นในการเดาการเจริญเติบโต ซึ่งผมมองว่าบริษั่ไทยเริ่มเข้าช่วงเติบโตช้า ตามวัฎจักรเศรษฐกิจ ที่โตมาก่อนหน้า 2-3ปี ที่ผ่านมา เราต้อง...