บทความ

อิสรภาพทางการเงินแบบคำของไทยๆ

ผมใฝ่ฝันถึงอิสรภาพทางการเงินมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียนเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพตั้งแต่ตอนผมอ่านหนังสือพ่อรวยสอนลูก เรียกว่า เป็นครั้งแรกที่รู้จักคำศัพท์ว่า “อิสรภาพทางการเงิน” Financial freedom ความจริง คำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” Financial freedom นั้น อาจจะอยู่กับคนไทยมาแน่ แต่ไม่มีใครนำเสนอหลักการการไปสู่จุดนั้น จนมีตำราทางตะวันตกที่โด่งดังอย่าง Rich dad Poor dad มานำเสนอคำ “อิสรภาพทางการเงิน” Financial freedom คำนี้จึงติดหัวคนไทย ไม่ว่าใครจะทำธุรกิจโดยตรง ทำขายตรง หาเครือข่าย รวมถึงลงทุนด้านต่างๆ ก็ใช่คำนี้เป็นแรงบรรดาลใจ เป้าหมาย รวมถึงคำล่อลวง ให้เข้ามา การมีชีวิตโดยไม่ต้องกังวลหรือเงินทองนั้น ผมว่าเป็นเป้าหมายในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ทุกชาติ ในระบบเศรษฐกิจรูปแบบทุนนิยม ซึ่งคนส่วนใหญ่ใช้แรงงานทางร่างกายรวมถึงแรงงานทางสมอง แลกค่าจ้างมา โดยวิชาเศรษฐศาสตร์เรามองว่า คนทั่วไปเป็น ปัจจัยการผลิตชนิดหนึ่ง ซึ่งคนวัยทำงานอย่างเราๆ คงเข้าใจประโยคนี้นะครับ ดังนั้นผมจึงมองเห็นคำว่า อิสรภาพทางการเงิน มาแต่นานละก่อนที่จะมี Rich dad Poor dad เสียอีก แทบจะอยู่ในสังคมคนไทยเลยทีเดียว เช่น...

บันทึกการใช้จ่ายเงินเพื่อปลดหนี้ให้แม่-16/10/2014 (4): สรุปข้อคิดที่ได้รับในช่วงปรับตัว

หลังจากเข้าปฎิบัติการณ์ล้างหนี้ให้แม่มาเกือบครบเดือนแล้ว สถานการณ์ก็ยังไม่ได้ดีขึ้น แต่นี้ผมหนี ดอกเบี้ย 20% พยายามจะกู้เงินจากการจำนองบ้านซึ่งดอกต่ำกว่าชัดเจน เกือบ 10% ซึ่งผ่านมาหลังจากเซ็นเอกสารไป สัปดาห์ที่แล้ว และเมื่อวันอังคาร 14/10/2557 คนประเมินสินทรัพย์เพิ่งมาประเมินบ้าน ซึ่งผมภาวนาว่า ขั้นตอนควรเสร็จก่อน การจ่ายเงินรอบถัดไป เพื่อไม่ต้องหาเงินหลักแสนไปจ่ายเงินบัตรเครดิตในรอบเดือนนี้ ส่วนเรื่องดีของผมคือการลดเงินใช้จ่ายเหลือวันละ 200 บาท ทำให้สิ่งที่ผมปราถนามาเรียกว่าเป็นความฝันช่วง 23-24 สำเร็จไปอีกขั้นคือ เงินปันผลผมปีหน้าจะสามารถใช้เป็นเงินในชีวิตประจำวันได้ โดยผมไม่ต้องง้อเงินจากงานประจำ หรือเรียกง่ายๆ คือ ผมได้อิสรภาพทางการเงินแน่นอนในปีหน้า ทำให้ต้องวางแผนใหม่ เริ่มหลังมิถุนายนปี 58 ส่วนตัวผมก็ได้เปลี่ยนวิธีการใช้เงินมาเป็นระดับช่วงที่ไม่มีงานเมื่อ 6ปีก่อน เรื่องหนึ่งที่ ผมสัมผัสได้ถึงคำว่าเงินเฟ้อ เมื่อก่อนตอนเรียนเศรษฐศาสตร์ผมเรียนแต่การคำนวณ หรือ เงินเฟ้อ แต่พอตอนนี้กลับมาดูคือรู้สึก อาหารตามสั่งไป 35 40 ละ เสื้อยืด กางเกง ต่ำกว่าหลัก100 บาทหายาก รวมไปถึง...

บันทึกการลงทุน 05/10/2557 เข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2557

รูปภาพ
ช่วงนี้ตลาดหุ้นผันผวน เดี่ยวขึ้นๆ ลงๆ นะครับ และผมดูสัปดาห์นี้ว่ามันออกแนว ลงไปทดสอบจุดต่ำสุดใหม่ รับไตรมาสสุดท้ายนะครับ ปีนี้ผมเรียกว่า เจ็บตัว (สองปีติด) ถ้าตัดปันผลทิ้งไป แต่รวมๆ ก็ยังกำไรอยู่ สำหรับปีที่ต้องเรียกว่า เปลี่ยนแปลงชีวิตการเงินของผม ส่วนกิจกรรมที่ผมต้องการรอบสุดท้ายของปี คือ รออ่านงบ ไตรมาส3 ช่วงเวลานี้ ถึง 15 พฤศจิกายน ในปีที่เศรษฐกิจเรียกว่า ไม่ดีเลย ผมสนใจว่า ไตรมาส3 หลังการจัดการนี้

บันทึกการลงทุน 05/10/2557 ว่าด้วยหนังสือการลงทุน

รูปภาพ
เดือนนี้จะมีงานสัปดาห์หนังสืออีกครั้ง ซึ่งหนังสือประเภทหนึ่งที่ขายดีก็คงหนีไม่พ้น หนังสือลงทุนในหุ้นครับ ภาพนี้ถ่ายไว้ตั้งแต่ปี 53 ซึ่งตอนนั้น ผมคิดจะเขียนเกี่ยวกับหนังสือการลงทุนที่อ่านมาครบรอบ10 ปี ว่ามีหนังสือเท่าไร แต่พอคิดไปมา ก็ไม่ได้เขียน แต่ผ่านมา 4 ปี เจอรูปนี้ใน โทรศัพท์เครื่องเก่า เลยนำมาประกอบบทความ ใน 2-3 ปี หนังสือดีๆ เกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ และ การลงทุน ไม่ค่อยออกมาเท่าไร สำหรับคนที่อ่านมาเยอะๆ แบบผม แต่อาจจะเรียกว่าหนังสือลงทุน จำนวนมากออกมา แต่คุณภาพ หรือ เนื้อหาอาจจะไม่ได้ดีหรือแปลกใหม่สักเท่าไร มีที่ผมนำมารวมได้กับกองนี้ไม่ถึง 15 เล่ม สำหรับ 4 ปีที่ผ่านมา  ถ้าคิดง่ายๆ งานสัปดาห์หนังสือ 4 ปี มี 8 ครั้ง สรุป ผมได้มาแค่ครั้งละ 2 เล่ม ซึ่งถือว่าน้อยมาก อาจจะเป็นเพราะยุคตลาดหลักทรัพย์ได้ความนิยม งานสัปดาห์หนังสือมีหลายสำนักพิมพ์พิมพ์ออกมา แม้จะมีสำนักพิมพ์เฉพาะทางบ้างให้ผมเสียตังเป็นพิธี แต่การเลือกหนังสือต้องตั้งใจเลือกระดับนึง เรียกว่าเป็นจุดความโชคร้ายของคนที่เริ่มต้นในยุคนี้ เพราะมีหนังสือ เยอะสุดๆ ดีไม่ดี เนื้อหาซ้ำๆ กัน เป็นอันตรายต่อผู...

บันทึกการใช้จ่ายเงินเพื่อปลดหนี้ให้แม่-29/09/2014 (3) แค่ 80 บาท ก็ซื้อไม่ได้ กับชีวิตเหมือนเริ่มใหม่อีกครั้ง

วันนี้เป็นวันแรกที่ผมเริ่มกลับไปทำงานในชีวิตประจำวัน โดยใช้เงินตามที่ได้วางแผน คือไม่เกินวันละ 200 ให้ได้ และถ้าเป็นไปได้ผมจะลดลงให้เหลือ วันละ 100 ให้ได้ เพื่อนำมาจ่ายหนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อก่อนคือ -ข้าวเช้า 60 บาท -กินข้าวมื้อ 45 บาท -ซื้อผลไม้ รวมๆ 40 บาท -ออกไปซื้อโกโก้ Amazon กิน 50 บาท -เข้า 7-11 กินขนม คือ 50บาท ขึ้น -รอบเย็นไปซื้อ ไก่ทอด กิน ประมาณ 20-35 บาท - 7-11 อีก 50 บาท -รถกลับบ้าน 25 บาท วันแรก ข้าว 35 บาท ผลไม้ 20 บาท ค่ารถกลับบ้าน 25 บาท แต่สิ่งที่ค่าหายไปจากความรู้สึก ผมจะชอบอ่านหนังสือมากๆ วันนี้มีหนังสือกล้อง เล่มละ 80 บาท ผมได้แต่มองตาละห้อย แล้วคิดว่า เก็บไว้ก่อน ค่อยซื้อ วันหลัง สรุปทั้งที่เมื่อก่อนผม ซื้อของพวกนี้ได้สบายๆ แต่ตอนนี้ ไม่สามารถซื้อได้เลยแม้แต่น้อย พอเสร็จแล้ว ผมก็มานั่งคำนวณว่า เดือนนี้เหลือ อะไรเท่าไร สรุป คือ ยังพอมีเงินปันหลักครึ่งหมื่นเหลืออยู่ ก็เลยถามคุณแม่ว่าจะไปจ่ายพวกนี้เมื่อไร เท่าไร และคุยเรื่องกู้เงินมา ปิดบัตร ผลที่ได้คือ แม่ก็ไม่มีเงิน ต้องไปวนบัตร หรือ กู้มาจ่ายอีก ทำให้ผม ปรี้ดแตกทันที ว่าทำไมไม่บอกเรื่องพวกน...

บันทึกการใช้จ่ายเงินเพื่อปลดหนี้ให้แม่-27/09/2014 (2) ถ้าไม่สามารถวัดค่าได้ ก็ไม่สามารถจัดการได้

รูปภาพ
หลังจากที่ผมจะลงมาจัดการ เรื่องหนี้สินของแม่ เรื่องบัตรเครดิตแล้ว ก็พบว่า จำนวนมันต่างกับที่คาดไว้เยอะมาก รวมทั้งจำนวนบัตรด้วย ตอนแรกผมคิดว่า มีสัก 4แสน พอมาไล่ดูแล้วรวมๆ รอบแรก มี 7 แสน และมีที่แม่จำไม่ได้ ไม่บอก อีกก้อนหนึ่ง สรุป รวมไปมา มี 1 ล้านนิดๆ เฉพาะ บัตรนะครับ ไม่รวมจำนองบ้าน และ อื่นๆ นะครับ พูดถึงบัตรเครดิต ที่ผมพบหลังจากทำมาสัก2-3 วัน ก็คือ จุดดี ของบัตรเครดิต คือ ง่าย เร็ว ทันที ทันใด มีส่วนลด จุดด้อย ของบัตรเครดิต คือ ดอกเบี้ยแพง ค่าอื่นๆ แพง พอรวมกับไปกดเงินสดออกมา ยิ่งค่าใช้จ่ายอื่นๆ แพง ที่มากกว่าเรารูดจ่ายสินค้าไป ยิ่งจ่ายแต่ขั้นต่ำ ทำให้ดอกยิ่งโต พอมาดูการจ่าย แล้ว ขั้นต่ำ กับ ค่าใช้จ่าย กับ เงินต้น แทบจะครึ่งๆ เลย ด้วยขั้นต่ำที่ต้องจ่ายๆ ดูๆ แล้ว ก็เกินเงินเดือนผม 1เท่ากว่าเลย เป้าหมายผม คือ ต้องการปลด บัตร บ้าน ตามลำดับครับ ชีวิตมนุษย์มันตลก 5ปีที่แล้วผมคิดว่าจะทำไงให้ได้ 1 ล้านบาท ทำให้เกิด Blog นี้ขึ้นมา แต่วันนี้ผมคิดว่าจะทำไงให้ปลดหนี้ได้ 1 ล้านบาท คิดว่า Blog นี้เงียบไปนาน เพราะ ตลาดหุ้นไม่เงียบเหงา คนซื้อ หุ้นแพง จนไม่น่าจะอยากได้สักเท่าไร ...

บันทึกการใช้จ่ายเงินเพื่อปลดหนี้ให้แม่-26/09/2014 (1): ปฐมบทการปลดหนี้ แผนกลยุทธ์ต้องง่าย สื่อสารเข้าใจกับผู้ทำ

ช่วง2-3ปีที่ผ่านมา ผมได้สนุกสนานกับการใช้เงินเดือนมากจนลืมด้านคุณแม่ไป จนวันดีคืนดี แม่ผมก็เดินมาบอกว่าจะให้ผมไปกู้ 1 ล้าน เพื่อปลดหนี้บัตรเครดิต ผมนั่งฟังถึงกับอึ้ง แม่ผมมีหนี้บัตรเครดิตเกือบล้าน แม้จะรุ้ว่า ชีวิตแม่ชอบความใช้จ่าย แต่ไม่คิดว่าจะมีหนี้มหาศาส ขนาดนี้ เลยถามๆ ว่าสรุปแม่มีหนี้เท่าไร สรุปประมาณ 5ล้านเกือบ6ล้าน แม้ แม่จะบอกว่า จะจ่ายเอง แต่กู้ชื่อผม ผมก็ไม่เห็ฯด้วย เพราะแม่ต้องหามาจ่ายอยู่ดี ยิ่งคนที่ระเบียบวินัยทางการเงินไม่แข้งแรง แบบแม่ผมด้วย ยิ่งน่าห่วงครับ โดยแบ่งเป็นหนี้ปลูกตึก 5 ล้าน นี้บัตรเครดิต อีกประมาณ 7-8 แสน ผมถึงกับเงิบจริงๆ แม้ก่อนหน้าผมไม่ต้องการยุ่งกับหนี้สินแม่ เพราะเยอะ และแม่ก็ไม่อยากให้ผมไปยุ่งเกี่ยว ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาผมสนุกกับการถลุงเงินมากไปหน่อย ค่ากล้อง ค่าโมเดล ค่าเที่ยว จนลืมกระทั่ง เงินจะใส่พอร์ตหุ้น แต่พอมาวันนี้แม่พูดเรื่องกู้ เงินมาปลดหนี้ ผมไมเห็นด้วย อาจจะหาที่ๆ ดอกเบี้ยต่ำกว่า มาโปะ แต่ก็เพิ่มระยะเวลาขึ้นอีก สิ่งที่ผมขัดมากที่สุดอย่างหนึ่งคือ เวลาถามเรื่องเงิน แม่จะไม่ยอมบอกความจริงเท่าไร เลี่ยงๆ แต่ปัญหาของผมคือ ยิ่งไม่รู้...